จ้างนักสืบ
นักสืบ

จ้างนักสืบ ต้องทำอย่างไร

จ้างนักสืบ การที่จะจ้างนักสืบท่านควรจะไปดูที่ทำการของบริษัทหรือสำนักงานนั้นๆแล้วแต่กรณี หากท่านไม่มีเวลาไปดูท่านก็ควรจะเลือกนักสืบที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะดีกว่า เราอยู่วงการนี้มานานก็ไม่เห็นว่าที่ใดเปิดขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเลยแต่ที่เกิดปัญหากัน คงเป็นเพราะข้อตกลงระหว่างกันเบื้องต้นก่อนจ้างไม่ชัดเจนและความยากง่ายของ แต่ละงานไม่เท่ากันฝ่ายนักสืบไม่สอบถามข้อมูลให้ละเอียดก่อนตกลงรับจ้าง หรือฝ่ายผู้ว่าจ้างเกี่ยงเรื่องค่าจ้างมากอยากได้ที่ถูกมาก ครั้นเมื่อนักสืบไปทำงาน แล้วค่าใช้จ่ายไม่พอหรือพูดอีกนัยหนึ่งเสมือนผู้รับเหมางานคำนวณราคางาน ผิดพลาดอาจเกิดปัญหาได้ แต่สำหรับของเราแล้วจะไม่มีปัญหานี้เพราะเราจะทำ ข้อตกลงให้เข้าใจได้ง่ายและหากรับงานแล้วก็จะแก้ปัญหาให้จนเสร็จงานตามข้อตกลง หรือเกิดข้อขัดข้องก็ร่วมกันแก้ไขให้แก่ท่านเพราะเราถือว่าท่านได้ให้เกียรติเรา แล้วท่านเป็นคนพิเศษเสมอนักสืบชู้สาว

จ้างนักสืบ ทำอย่างไรดี

กลัวราคาแพง

เรื่องค่าจ้างงานสืบนั้นเป็นงานที่ผู้รับจ้างจะสอบถามปัญหาจากท่านแล้วกำหนดราคา ท่านสามารถต่อรองได้ตามสมควรแต่ขอให้พิจารณาถึงเหตุผลค่าใช้จ่ายตาม ความเป็นจริง เช่นงานที่จะต้องติดตามเป็นทีมโดยใช้รถยนต์อย่างน้อยค่าใช้จ่ายก็จะ อยู่ที่ 4,000 บาทถึง 6,000 บาท ( เพราะจะต้องมีรถยนต์ 1 คัน และมอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน ใช้คนก็ต้องไม่น้อยกว่า 2 คน) ดังนั้นค่าใช้จ่ายก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กล่าวมา คุณจะขอให้รับงานเพียงใช้เงินวันละ 2,000 บาทเป็นไปไม่ได้เลย หากนักสืบสำนักใด กล้ารับงานท่านในราคาที่ต่ำมากเช่นนี้ก็คงทำงานไม่ได้ ดังนั้นการจ้างนักสืบท่าน อย่ากลัวหรือเกี่ยงเรื่องราคามากนักเพราะการกำหนดราคาได้กำหนดโดย หลักการตลาดทั่วไปอยู่แล้ว

นักสืบต้องไม่ประมาท

นักสืบที่ดีต้องรักษาความตื่นตัว อยู่ตลอดเวลา ไม่ประมาทในภารกิจที่ได้รับมอบหมายนักสืบต้องหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่มีงานชิ้นไหนง่ายถ้ามันง่ายเขาคงไม่มาจ้างเราแล้ว งานนักสืบ ไม่มีง่าย มีแต่ ยากมาก ยากน้อยยากปานกลาง เท่านั้น นักสืบทำหน้าที่สืบหาความลับ ในคน ในสัตว์ ในสิ่งของสืบหาเป้าหมายที่ต้องการปกปิดเป็นความลับ เป้าหมายต้องมีการป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล โดยเฉพาะเป้าหมายที่มีความฉลาดรอบคอบรัดกุมยิ่งทำให้งานของนักสืบ ยากขึ้นไปอีก อาจมีการวางกลลวง หลอกล่อให้นักสืบ หลงกลตกอยู่ในวังวนแห่งความสบสนงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก กลับกลายจากสถานะของผู้ไล่ล่า
กลายมาเป็นผู้ถูกไล่ล่า เสียเอง แบบนี้คงเสียชื่อสถาบันนักสืบหมดดังนั้นนักสืบต้องไม่ประมาท เมื่อจะจับเป้าหมายใด ควรจับด้วยความระมัดระวังทรนงองอาจ เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความมั่นใจ เหมือนพญาราชสีห์ จับหนูหรือจับกวาง ก็ใช้ลีลาการจับไม่แตกต่างกัน

นักสืบ ต้องไม่อยากเด่นอยากดัง

นักสืบเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดจำพวกหนึ่ง คือมักจะต้องเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ให้ใครรู้ว่าตนเป็นนักสืบ เราจึงพบว่านักสืบ ไม่ค่อยเข้าสังคมไม่ค่อยสุงสิงกับชาวบ้านซักเท่าไหร่ นักสืบมักจะมีระยะห่างระหว่างบุคคล
บางทีอาจมองดูว่าเป็นคนไร้น้ำใจอันที่จริงนักสืบก็มีเลือดเนื้อชีวิตจิตใจเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปเพียงแต่มีความจำเป็นที่ต้องปกปิดฐานะของตนเอง เพื่อประโยชน์ต่อการทำหน้าที่นักสืบ
หากนักสืบใด ชอบทำตัวโอ้อวด ให้ชาวโลกรู้ว่า ข้าคือนักสืบคือยอดนักสืบอัจฉริยะไม่มีใครเสมอเหมือน ทำตัวเด่นดังราวกับดาราฮอลลีวู้ด หรือsuper star แบบนี้มีหวัง สืบอะไรไม่ได้ซักอย่างเดียว เพราะว่าใครๆก็รู้จัก
พอเห็นนักสืบนี้เดินเข้ามา เป้าหมายก็คงเผ่นก่อนแล้ว นักสืบมืออาชีพต้องทำตัวติดดิน กลมกลืนเป็นธรรมชาติกับสภาพแวดล้อมและ ดูธรรมดาที่สุดนักสืบต้องไม่ทำตัวให้สะดุดตาสะดุดใจเป้าหมาย จึงจะสามารถบรรลุผลของการสืบได้นี่คือข้อแตกต่างของของนักสืบมืออาชีพ กับคนที่มีอาชีพนักสืบ

นักสืบต้องศึกษาเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือปฏิบัติการ

ปรมาจารย์แห่งคัมภีร์พิชัยสงคราม ซุนวู กล่าวอมตะวาจาไว้ว่า รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครา ประโยคนี้ ยังคงเป็นจริงมานับพันๆปีนักสืบจะเข้าไปสืบเรื่องใด ก็ไม่แตกต่างจากทหารที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิรบ
เพียงแต่เปลี่ยนจากการรบกันด้วยหอกด้วยดาบ มารบกันด้วยไหวพริบสติปัญญาเอาชนะกันแค่เสี้ยววินาที เพราะว่าบ่อยครั้ง นักสืบอาจต้องจับภาพเป้าหมาย
ในช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ ระหว่างนักสืบและเป้าหมาย ฝ่ายใดมีข้อมูลมากกว่าทำการบ้านมาดีกว่า ศึกษาคู่ต่อสู้มากกว่า ฝ่ายนั้นย่อมมีโอกาส
บรรลุผลแห่งเป้าหมายของตนเอง ดังนั้นก่อนที่นักสืบจะเข้าทำการ สืบเรื่องใดต้องศึกษา เรียนรู้ในตัวเป้าหมาย ให้ละเอียดรอบคอบ รู้ถึงสภาพแวดล้อม ทางหนีทีไล่
รู้จักการวางกลลวง ให้เป้าหมายเดินเข้ามาหาเรา ย่อมดีกว่าให้เราเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเป้าหมาย หากนักสืบไม่ศึกษารายละเอียดของเป้าหมาย ให้ดีก่อน
ลงมือ ก็เท่ากับว่า พาตัวเองไปสู่ความเสี่ยง อาจพลาดพลั้งไม่บรรลุผลแห่งการสืบอาจบางทีต้องแลกมาด้วย เลือดและชีวิต

นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มาก

 

ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับอะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เทคโนโลยีสามารถ ทำได้ง่ายเหมือนร่ายมนต์นักสืบควรติดตามเทคโนโลยีให้ทัน ควรหมั่นหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น
การค้นหาข้อมูลของเป้าหมาย จากอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่นักสืบควรจะต้องศึกษาเรียนรู้และ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อประหยัดเวลา เงินตรา อารมณ์และสามารถบรรลุผลของการสืบได้อย่างถูกต้อง ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักสืบโดยตรง นักสืบจะได้รับความเชื่อถือจากผู้ว่าจ้างและเป็นที่ยอมรับ ในแวดวง พวกนักสืบด้วยกัน ราวกับเป็นพ่อมดแห่งนักสืบทีเดียว

นักสืบต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นระยะ

นักสืบเมื่อรับงานจากผู้ว่าจ้างแล้ว ควรจะมีการติดต่อกับผู้ว่าจ้างเป็นระยะไม่ควรเงียบหายไปเฉยๆ เนื่องจากผู้ว่าจ้าง มีความต้องการทราบความคืบหน้าของการ สืบ อยู่ตลอดเวลา นับว่าตลอดเวลาจริงๆ อยากรู้ว่า นักสืบทำงานไปถึงไหนเป้าหมายที่ให้ไปสืบเป็นอย่างไร มีปฏิกิริยา หรือมีความตื่นตัวอย่างไรเป้าหมายไปทำอะไร ไปทำไม ที่สำคัญคือไปกับใคร สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐาน
ที่ผู้ว่าจ้างต้องการทราบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการ สืบเรื่องชู้สาวนี่นักสืบยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ที่จะต้องคอยรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบอยู่บ่อยๆ รายงานได้ทุกวันยิ่งดี
ขอให้รายงานไปตามความเป็นจริง ถึงแม้คำรายงานของเราจะเป็นข้อมูลซ้ำๆเดิมก็ตามอย่างน้อยในด้านจิตวิทยาก็ทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจขึ้นและเห็นว่านักสืบ
กำลังทำงานให้เขาจริงๆ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่างานไม่คืบหน้าแล้วเราไม่รายงานการติดต่อกับผู้ว่าจ้างบ่อยๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ นักสืบ ดังที่กล่าวมา

นักสืบ ต้องไม่อยากเด่นอยากดัง

นักสืบต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง

เมื่อ มีการติดต่อว่าจ้าง ให้สืบเรื่องใดแล้วสิ่งหนึ่งที่นักสืบต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือการรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง เมื่องานนั้นสิ้นสุดลง มีการส่งมอบงานกันแล้วแต่ความรับผิดชอบของนักสืบ กลับไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้นสิ่งที่นักสืบต้องทำต่อไปคือการรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง โดยไม่นำมาเปิดเผยต่อบุคคลอื่น เพราะว่าเรื่องราวบางอย่างมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องถึงเกียรติยศชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง หากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว
ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และตัวนักสืบเอง ผู้ว่าจ้างอาจเสื่อมเสียชื่อเสียงนักสืบเองก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การรักษาความลับให้กับผู้ว่าจ้างจึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของนักสืบ เนื่องจากว่า
ผู้ที่มาว่าจ้างย่อมให้ความไว้วางใจในตัวนักสืบ อยู่บ้างไม่มากก็น้อยการที่นักสืบนำเรื่องราวของผู้ว่าจ้างไปเปิดเผยแม้โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ ตามก็เหมือนกับนักสืบนั้นได้ทำการ ทุบหม้อข้าวของตนเอง
การรักษาความลับให้ผู้ว่าจ้างนี้ยังรวมถึง การติดต่อว่าจ้างตอนเริ่มต้นถึงแม้ว่าจะไม่มีการว่าจ้างเกิดขึ้นจริงๆก็ตามนักสืบจำเป็นต้องเก็บรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ ไม่นำไปเปิดเผย
และให้เป็นความลับติดตตัวนักสืบตลอดไป

นักสืบต้องมีคุณธรรม

 

ไม่มีงานสืบใดในโลกที่สามารถรับรองผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์นักสืบไม่ควรคุยโอ้อวดว่าสามารถสืบเรื่องราวใดๆก็ได้ ราวกับเซียนผู้วิเศษเพราะการเป็นนักสืบ ไม่ได้หมายถึงการจับยามสามตาล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง
เมื่อมีการติดต่อว่าจ้างเข้ามานักสืบไม่ควรอวดอ้างสรรพคุณของตนเองว่าสามารรับรองผลการสืบได้ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะจะทำให้ดูขาดความน่าเชื่อถือนักสืบควรวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้จากการบอกเล่าของผู้ว่าจ้างถึงเนื้องานนั้นๆว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดในการสืบนักสืบควรถามผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนถึงขอบเขตงานที่จะให้ทำเมื่อนักสืบทำการวิเคราะห์อย่างคร่าวๆจากข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างให้มาและรู้ถึงขอบเขตงานแล้ว จึงค่อยตัดสินใจรับงานนั้นและทำการตกลงกับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดในการสืบ เพื่อเป็นการ save ตัวของนักสืบไม่ให้ถูกกดดันจนเกินไป การ ตามสืบในเรื่องใดๆก็ตาม เมื่อนักสืบ สืบได้ความจริงแล้ว
ไม่ควรนำข้อมูลนั้นกลับไปข่มขู่คุกคามเป้าหมาย ให้เอื้ออำนวยผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแก่นักสืบ เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยความลับของเป้าหมายการกระทำแบบนี้ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง นักสืบต้องตระหนักและเข้าใจว่าหน้าที่ของนักสืบคือการสืบให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ของผู้ว่าจ้างเท่านั้นนักสืบมิใช่ตุลาการที่จะคอยตัดสินความผิดถูกของผู้หนึ่งผู้ใดหรือนักสืบไม่ใช่นักการตลาด ที่จะคอยหาผลประโยชน์จากการถือไพ่เหนือกว่าเป้าหมายอันเนื่องมาจากกำความลับของเป้าหมายอยู่นักสืบเมื่อสืบได้ข้อสรุปแล้วควรรีบรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบและส่งมอบงาน ทันที

นักสืบต้องเป็นคนช่างสังเกต

บ่อย ครั้งที่นักสืบทำเป้าหมายหลุด จากการติดตามทั้งๆที่ ตัวเป้าหมายเองมิได้ทราบเลยว่า มีนักสืบคอยติดตามอยู่เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่นักสืบคอยติดตามนั้นมีความระมัดระวังตัว มีการปลอมแปลงตัวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนยากต่อการติดตามดังนั้นนักสืบต้องคอยสังเกตให้ดีถึงจุดเด่นของเป้าหมายว่ามีส่วนใดที่สามารถจดจำได้ง่าย เช่น สีผิว ทรงผม สีเล็บ ส่วนสูง ความอ้วน ผอม
หรือแม้กระทั่งจังหวะการก้าวเดิน สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆจุดสังเกตเล็กๆน้อยเหล่านี้ จะช่วยให้นักสืบสามารถติดตามเป้าหมายได้ตลอดโดยไม่หลุดหายไปเสียก่อนเวลาอันควร

นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มาก

 

งานของนักสืบ

 

จะ ว่าไปแล้ว อาชีพนักสืบถือว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณไม่ว่านักสืบในยุคสมัยใด ก็ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสืบเรื่องราวที่เป็นความลับทั้งหลายงานของนักสืบคือการทำให้ความลับเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดนักสืบต้องเข้าถึงที่สุดของความลับ งานจึงจะบรรลุเป้าหมายนักสืบเปรียบเสมือนเป็นผู้ถักทอความจริงให้ปรากฎ นักสืบคือผู้ตามล่าหาความจริงนักสืบเหมือนผู้นำจิ๊กซอว์แห่งความจริงมาเชื่อมต่อกันจนปรากฎเป็นรูปร่างที่ สมบูรณ์นักสืบคือผู้พิชิตความลับ นักสืบคือผู้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความลับและความจริงวิถีชีวิตของนักสืบเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

ทำไมต้องมีนักสืบ

นับ แต่โบราณกาลมา นักสืบเกิดขึ้นมาจากบุคคล 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ปกปิดข้อมูลอีกฝ่ายหนึ่งคือผู้ต้องการเปิดเผยข้อมูล เมื่อจุดมุ่งหมายสวนทางกันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบเสาะแสวงหา เมื่อมีการเสาะหาจึงเป็นที่มาของนักสืบที่ต้องสืบหาความจริงเอามาเปิดเผยระหว่างทั้งสองฝ่ายคือผู้รักษาความลับและผู้ต้องการเปิดเผยความลับหากมีความจริงใจต่อกัน ไม่มีความลับซึ่งกันและกัน ตั้งอยู่ในศีลในธรรม
โลกนี้คงไม่มีนักสืบ แต่ในเมื่อมนุษย์ยังมีความลับต่อกันมนุษย์ไม่ตั้งมั่นในศีลธรรม มีการกระทำอันต้องปกปิดเป็นความลับโลกจึงยังคงต้องการนักสืบ นักสืบจึงอยู่คู่โลกมาตั้งแต่ในอดีต จนกระทั่งปัจจุบัน
อาจบางที นักสืบจะยังคงอยู่คู่โลกไปตราบนิจนิรันดร์นักสืบ

นักสืบต้องรู้จักดูแลรักษาสุขภาพ

นักสืบไม่ใช่สาว offfice ทั่วไป เข้างาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็นแต่งานของนักสืบต้องทำกันตลอดเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา อาจบางทีแม้กระทั่งเวลานอนยังฝันว่า ตามสืบหาเป้าหมายอยู่ก็มี นักสืบมักจะต้องตรากตรำทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการสืบ ดังนั้นสุขภาพของนักสืบจึงมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อยู่สม่ำเสมอนักสืบควรหาเวลาดูแลสุขภาพของตนเอง ในแต่ละวัน อาจจะหาเวลาออกกำลังกาย
สร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายบ้าง เช่นตอนตื่นนอนเป็นต้น หากนักสืบใดไม่ดูแลสุขภาพปล่อยให้ร่างกายเสื่อมถอยไปกับการเวลา มีการเจ็บไข้ไม่สบายบ่อยๆย่อมเป็นอุปสรรคในหน้าที่การงาน เพราะงานของนักสืบ
ถือว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรง มีความตื่นตัวตลอดเวลาจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักสืบต้องหมั่นศึกษาหาความรู้

นักสืบควรที่จะรู้จักเรียนรู้เทคนิค วิธีการสืบจากผู้มาก่อน หรือนักสืบรุ่นพี่ๆเพื่อที่จะไม่เสียเวลาในการ ลองผิดลองถูกในการเป็นนักสืบมีเรื่องมากมายหลายอย่างที่สามารถลองผิดลองถูกได้ แต่การเป็นนักสืบ
ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรลองผิด ควรจะลองถูกเพียงอย่างเดียวเพราะว่าความผิดพลาดเพียงเล็กๆน้อยของนักสืบหมายถึงเรื่องราวและปัญหาอีกมากมายที่จะตามมาอาจทำให้นักสืบต้องมาเสียเวลาแก้ปัญหาจนไม่สามารถบรรลุผล ของการสืบได้ ดังนั้นนักสืบควรหาเวลาและโอกาสในการเข้าทำการศึกษาหาความรู้จากผู้มีประสบการณ์หรืออาจหาเวลามาแชร์ประสบการณ์ในหมู่เพื่อนนักสืบด้วยกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *