อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร
นักสืบ

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสูตร และมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้จ้างนักสืบ ต้องทำอย่างไร

  • SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

  • คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

  • วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน ได้แก่

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  2. หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล ใครอยากเป็นนักสืบและอยากเรียนด้านนี้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีก

อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

คุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ

คุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ

1. มีความอดทนสูง

นักสืบเอกชน เป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เนื่องจากลักษณะงานเน้นไปที่การเฝ้าติดตามพฤติกรรมรายบุคคลเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนและปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาบุคลากรที่เหมาะสมกับงานประเภทนี้ เพราะพวกเขาต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการตนเองที่ดี เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ อาทิ สามารถอยู่ในพื้นที่จำกัดได้เป็นระยะเวลานาน รายงานสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง และเฝ้ามองเป้าหมายอย่างไม่คลาดสายตา เป็นต้น

2. เป็นคนช่างสังเกต

คุณสมบัติที่ดีของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ คือมีบุคลิกช่างสังเกต เก็บรายละเอียดของเป้าหมายหรือวัตถุพยานต่างๆได้อย่างครบถ้วน รวมถึงมีไหวพริบสามารถพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อสืบค้นข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย เพราะบางครั้งโอกาสในการเข้าถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง

3. ทำงานเป็นทีมได้ดี

หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทบาทของนักสืบในภาพยนตร์ หรือการ์ตูน ที่มีพระเอกบินเดี่ยวเก็บเกี่ยวข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหนือชั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการสืบหาข้อมูลหลักฐานในแต่ละเรื่อง ต้องอาศัยทีมงานเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยให้คำแนะนำตลอดเวลา เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมาในภายภาคหน้านั่นเอง ดังนั้นนักสืบมืออาชีพจะต้องมีทัศนคติที่ดี สามารถรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนสามารถเข้าใจจุดประสงค์ของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สืบเนื่องจากปัจจัยข้อนี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของทีมงานมืออาชีพมีอัตราสูงกว่าท้องตลาดสักเล็กน้อย แต่หากเรามองในแง่ของคุณภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่ได้รับแล้วยังถือว่าคุ้มค่า เกินราคา และประหยัดเวลาอันมีค่าของท่านได้มากมาย

4. เก็บความลับเก่ง

จรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดสำหรับวิชาชีพนักสืบ คือการเก็บรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง เพราะบางเรื่องมีความละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถเปิดเผยให้กับสาธารณะชนรับรู้ได้ ดังนั้นการทำงานของนักสืบส่วนใหญ่จะต้อง กระชับ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ เมื่องานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็จะไม่ติดต่อหรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนผู้ว่าจ้างด้วยประการทั้งปวง

5. มีความระมัดระวัง

ความปลอดภัยคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ เพราะงานนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย และอาจจะขัดต่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้นการเฝ้าติดตามหรือเสาะหาพยานหลักฐานต้องใช้ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อาทิ การเฝ้าติดตามต้องมีการทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่เป็นที่สังเกตและเสี่ยงต่อการถูกจับได้ หรือหากตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อทีมงาน หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ทันท่วงที ตลอดจนสามารถเตรียมแผนป้องกันและหาทางหนีทีไล่ในกรณีฉุกเฉิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ความเสี่ยงของนักสืบเอกชน

ความเสี่ยงของนักสืบเอกชน อยากเป็นนักสืบ ต้องทำอย่างไร

1. มีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ซ้ำซ้อนจนคาดไม่ถึง

ส่วนใหญ่การทำงานจะถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ในการสืบหาข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้รับงาน และเพื่อความยุติธรรมสำหรับผู้ว่าจ้างนั่นเอง แต่บางครั้งสถานการณ์ต่างๆอาจไม่ได้ง่ายดายแบบที่คิด เพราะนักสืบอาจจะถลำเข้าไปรู้เรื่องบางสิ่งที่ไม่ควรรู้นอกเหนือภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั่นเอง อาทิ มีการว่าจ้างเพื่อรับงานติดตามพฤติกรรมแต่บางครั้งกลับเข้าไปมีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับชีวิต จนอาจนำมาซึ่งการสูญเสียนั่นเอง

2. มีโอกาสถูกตลบหลังหากขาดความระมัดระวัง

สถานการณ์ต่างๆล้วนแต่มีความไม่แน่นอน ใครจะรู้ว่าจากสถานะผู้ติดตามอาจถูกเปลี่ยนเป็นผู้ถูกติดตามได้เพียงเสี้ยววินาทีโดยที่นักสืบไม่ทันรู้ตัว เหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในระดับต่างๆตั้งแต่เบาไปจนถึงหนักสุด อาทิ เสียทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกาย ตลอดจนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิตเลยก็ว่าได้

3. มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

เรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากในงานนักสืบ เนื่องจากมีลักษณะงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือรับรองจากหน่วยงานใดๆ ทำให้การสืบหาข้อเท็จจริงต้องอาศัยหลักกฎหมายพื้นฐานเหมือนกับประชาชนทั่วไปนั่นเอง ด้วยปัจจัยเรื่องเงินเพื่อต้องการปิดภารกิจให้เร็วที่สุดเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย หรือเพื่อเป้าหมายในการมองหาภารกิจใหม่ส่งผลให้บางครั้งพวกเขาอาจต้องเลือกใช้วิธีการอันสุ่มเสี่ยงเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ต้องการ อาจนำมาซึ่งปัญหาการฟ้องร้องในคดีต่างๆ อาทิ การละเมิดสิทธิ์ และ การได้มาซึ่งหลักฐานอันเป็นเท็จ เป็นต้น

4. มีผลกระทบต่อโอกาสทางสังคม และการใช้ชีวิตที่อาจผิดเพี้ยนไป

อาชีพนักสืบ เป็นอาชีพที่ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตลอดเวลา บางคราก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้แม้แต่ในกลุ่มญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนใกล้ชิดที่พวกเขาสนิทสนาม ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั่นเอง สาเหตุเหล่านี้ อาจนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสดีๆในชีวิต และการถูกยอมรับทางสังคมหรือคนใกล้ตัวอีกด้วย

5. มีความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ ร่างกาย

การทำงานในลักษณะเดิมๆ ซ้ำๆ นานๆ ตลอดจนถึงมีตารางเวลาการทำงานไม่แน่นอน อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้ชีวิตไม่สมดุลนั่นเอง เนื่องจากในการปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง นักสืบอาจต้องอยู่ในยานพาหนะหรือพื้นที่แคบๆเป็นระยะเวลานาน อาจจะต้องอดนอน อดอาหาร หรืออดทนกับการขับถ่ายที่ไม่เป็นปกติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยความเสื่อมของร่างกายในอนาคตนั่นเอง

สัญญาณอันตรายที่แสดงออกว่าเป้าหมายเริ่มรู้ตัวแล้ว

สัญญาณอันตรายที่แสดงออกว่าเป้าหมายเริ่มรู้ตัวแล้ว

1. มีพฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะโดยมีพฤติกรรมหรือใช้ความเร็วไม่ปกติ

นักสืบมักถูกสอนว่าการติดตามเป้าหมาย ควรใช้ความระมัดระวังและทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร และการติดตามในทุกๆครั้งจะต้องวางแผนเป็นอย่างดีเพื่อกำหนดเส้นทางในการติดตามได้เหมาะสมไม่ใช้เวลานานจนเกินไป หรือบางครั้งอาจต้องเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ติดตามหากมีความจำเป็น ในกรณีที่ผู้ถูกติดตามเริ่มรู้ตัวจะมีพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น มีการชะลอความเร็ว หรือจอดเทียบข้างทางบ่อยครั้งจนผิดสังเกต หากพบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ผู้ติดตามควรทำการยกเลิกภารกิจทันทีเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของท่านนั่นเอง

2. สั่งอาหารแต่ไม่รับประทานรีบออกจากร้านโดยทันที

ในกรณีของการติดตามในเคหะสถาน ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงต่างๆ หากไม่ใช่บุคคลที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันจริงๆจะถูกจับผิดได้ยากมาก เว้นแต่ผู้ถูกติดตามรู้ตัวก่อนถึงสถานที่นั้นๆแล้วนั่นเอง นักสืบที่มีความชำนาญจะถูกฝึกมาให้ติดตามอย่างมีขั้นตอน โดยมีการกำหนดจุดหมายเพื่อดักรอเป้าหมายอย่างชัดเจนทำให้ผู้ถูกติดตามยากที่จะรู้ตัว แต่ในกรณีที่ผู้ถูกติดตามรู้ตัวพวกเขาจะไม่อยู่ในสถานที่นั้นๆเป็นเวลานานเราจึงมักพบเห็นพฤติการณ์เร่งรีบจนผิดปกติ อาทิ สั่งสินค้าแล้ววางเงินไว้โดยไม่รอรับสินค้า รับประทานอาหารน้อยแล้วรีบออกจากร้านไป หรือคอยสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่บ่อยๆ เป็นต้น

3. ผู้ถูกติดตามเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางกะทันหัน

การเปลี่ยนเส้นทาง คือสัญญาณที่สังเกตเห็นง่ายที่สุดในพฤติการณ์ทั้งหมด อาทิ การกลับรถในซอยตัน หรือกลับรถกะทันหัน ตลอดจนการใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไปนั่นเอง หากผู้ถูกติดตามมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นที่รู้กันดีในวงการนักสืบว่าเป้าหมายของเขาเริ่มเคลือบแคลงสงสัยหรือไหวตัวทันแล้ว ให้ยกเลิกภารกิจติดตามโดยทันที เพื่อคิดหาวิธีการติดตามในครั้งต่อไป

4. แกล้งขับรถไปจอดยังสถานที่หนึ่งแล้วเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะอื่น หรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ

ในกรณีที่ผู้ถูกติดตามวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อสลัดผู้ติดตามให้พ้นเส้นทางของพวกเขา พฤติกรรมยอดฮิตติดเทรนด์ที่ถูกนำมาใช้คือการเปลี่ยนยานพาหนะในขณะเดินทางไปยังที่หมายนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายเลือกจอดยานพาหนะจากจุดเริ่มต้นไว้ที่ห้างสรรพสินค้า ที่ทำงาน หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง จากนั้นได้เลือกใช้การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถไฟฟ้า เป็นต้น หากพบเห็นพฤติการณ์แบบนี้ ผู้ติดตามต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเปลี่ยนวิธีติดตาม และใช้การทำงานแบบระบบทีมเข้ามาช่วยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้โดยไม่ถูกจับได้นั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *