นอร์ทเคป (North Cape)
travel

นอร์ทเคป (North Cape)

นอร์ทเคป (North Cape) เป็นหนึ่งในจุดยอดนิยมของเหล่านักเดินทางที่มา เที่ยวนอร์เวย์ เพื่อมุ่งหมายจะมาสัมผัสการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนด้วยตาตัวเอง โดยนอร์ทเคปตั้งอยู่บนเกาะมาเกโรยา (Magerøya) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ เป็นจุดที่สูงถึง 307 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม พระอาทิตย์เที่ยงคืน นอร์เวย์ ที่นอร์ทเคป คือประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – ปลายเดือนกรกฎาคม และด้วยความสูงขนาดนี้ ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวท้องฟ้า ทะเล และพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึมซับบรรยากาศแสงสว่างยามดึกได้ดีที่สุดเลยค่ะ นอกจากความสวยงามที่แหลมเหนือแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และคณะ เสด็จประพาสเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2450 (ค.ศ. 1907) โดยมีพระปรมาภิไธย จปร. ไว้เป็นที่ระลึกบนก้อนหิน ซึ่งพระองค์ถือเป็นพระมหากษัตริย์ต่างถิ่นพระองค์แรกที่เสด็จสู่นอร์ทเคป โดยปัจจุบันหินก้อนนั้นได้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ไทย-นอร์เวย์ (North Cape Museum) ที่สร้างเพื่อเป็นเกียรติในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอีกด้วยเส้นทางธรรมชาติมุโรโดะ

Midnight Sun

ด้านบนของนอร์ทเคปจะมีจุดชมวิวที่มีลูกโลกจำลองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ รวมถึงยังมีพิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่เปิดต้อนรับตลอดทั้งปี สามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์และศูนย์นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวปรากฎการณ์ พระอาทิตย์เที่ยงคืน และออกมาชมวิวของจริงด้านนอกได้แบบสุดสายตา รอจนเที่ยงคืนแล้วยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ยังคงส่องรำไรอยู่ เป็นประสบการณ์ที่เชื่อว่าจะต้องตราตรึงในใจคุณไปอีกนานแสนนาน

นอกจากการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนแล้ว ถ้าขึ้นมาถึงที่นี่ก็ไม่อยากให้พลาดการเก็บความประทับใจของคุณบรรยายลงโปสการ์ด แล้วส่งกลับข้ามน้ำข้ามทะเล รวมถึงการประทับชื่อลงบนประกาศนียบัตร ให้จำไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาเยือนที่แห่งนี้

พระอาทิตย์เที่ยงคืน เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun)สล็อต เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองไปพร้อมๆ กับโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยหมุนเอาแกนขั้วโลกเหนือและใต้สลับกัน หันเข้าหาดวงอาทิตย์ในช่วงระยะเวลาเท่าๆ กัน เมื่อโลกหันขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์จะโคจรเป็นทางโค้งอยู่เหนือขอบฟ้าในช่วงกลางวัน และลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังไม่ลับขอบฟ้าทั้งหมด แต่จะโคจรกลับขึ้นไปอีกครั้งในช่วงเที่ยงคืน จึงทำให้มีแสงสว่างคล้ายแสงอาทิตย์ทั้งในยามเช้าและยามเย็น ตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนในฝั่งตรงข้ามอย่างขั้วโลกใต้ ก็จะมีอากาศหนาวเหน็บ และมืดมิดไร้แสงสว่างนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *