เกาะพระทอง
travel

เกาะพระทอง

เกาะพระทอง ชื่อนี้ช่างไม่คุ้นหูเสียเลย เรียกว่าไม่รู้จักเลยจะดีกว่า เกาะนี้มีอะไรพิเศษถึงขนาดทำให้คนที่ชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ ถึงกับต้องอยากไปให้ได้ซักครั้งในชีวิต  ทำไมไม่เป็นเกาะอื่นที่ดังหรือสวย  เธอบอกว่า  “อยากไปเพราะชอบบรรยากาศที่ไม่เหมือนเกาะอื่น  มีทุ่งหญ้าสะวันนาสีทองอยู่บนเกาะ คล้ายกับทุ่งหญ้าซาฟารีในแอฟริกา”

เมื่อกลับถึงบ้านฉันจึงไม่รอช้า รีบค้นหาข้อมูลเกาะนี้ทันที  และแล้วภาพทุ่งหญ้าสีทองยามต้องแสงอาทิตย์ มีเส้นถนนซึ่งเป็นดินทรายสีขาวคดเคี้ยวพาดผ่าน  ทำให้ฉันต้องหยุดนิ่งและมองภาพนั้น  อเมซิ่งมาก !! จนได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน unseen  Thailand ซึ่งเป็นแคมแปญชื่อดังของ ท ท ท ในช่วงเวลานั้น  กระตุ้นต่อมให้อยากเที่ยวมากขึ้นไปอีก

แต่แล้วความคิดนั้นก็เป็นได้แค่เพียงความอยากที่ถูกพับเก็บไว้   ผ่านเวลาไปเนิ่นนานจนในที่สุดภาพของเกาะพระทอง ก็ได้ปรากฏในโลก social  ผ่านเข้ามาในสายตาของฉัน  กล่องความทรงจำเกี่ยวกับเกาะนี้จึงถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง   10 ปีแห่งการรอคอย  เกาะพระทอง  ถึงเวลาที่ต้องไปเยือนซักทีอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แคลิฟอร์เนีย

ประวัติเกาะพระทอง

ประวัติเกาะพระทอง

เกาะพระทอง ตั้งอยู่ที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา  ห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร  เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในพังงาและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของเมืองไทย เกาะพระทองเกิดจากซากปะการังทับถมกันมายาวนานนับล้านปี จนเกิดเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่แปลกตา คือมีลักษณะค่อนข้างแบนราบ กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวอันโดดเด่นของเกาะแห่งนี้   ด้านตะวันออกสมบูรณ์ด้วยแนวป่าโกงกาง ด้านตะวันตกเป็นหาดทราย

ส่วนบริเวณกลางเกาะเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีต้นเสม็ดขาวขึ้นกระจายอย่างดงาม  พื้นดินบนเกาะพระทองส่วนใหญ่จะเป็นดินปนทรายไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก อันเนื่องมาจากสภาพธรรมชาติและเคยผ่านการทำเหมืองแร่มาก่อน ทำให้ที่นี่มีพืชเศรษฐกิจหลักเพียงมะม่วงหิมพานต์กับมะพร้าว  แต่เกาะพระทองกลับเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก บนเกาะมีทั้งชายหาด ป่าชายหาด ป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าเสม็ด ทุ่งหญ้า ไม้พุ่ม พืชสังคมทดแทน กล้วยไม้หายาก

แม้จะเป็นเกาะขนาดใหญ่ แต่บนเกาะพระทองมีแค่ 3 หมู่บ้าน คือบ้านปากจก บ้านทุ่งดาบ และบ้านแป๊ะโย้ย  ภาพของทุ่งหญ้าสีทองกว้างไกลที่ปกคลุมพื้นที่ด้านในของเกาะเป็นดงกว้างไกลสุดสายตา โดยมีต้นเสม็ดขาวกระจายอยู่เป็นหย่อม บรรยากาศคล้ายทุ่งหญ้าซาฟารีในแอฟริกา  ยามเช้าหรือเย็นที่แสงทองส่องกระทบลงมาบนต้นหญ้าสวยงามอร่ามตา  ทำให้เกาะพระทองได้รับคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ Unseen Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เกาะพระทองก็โด่งดังขึ้นในทันที ด้วยสมญานาม “สะวันนาเมืองไทย” ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเยือนเกาะพระทอง แต่จากหลังเหตุการณ์สึนามิประชากรบนเกาะหายไปกว่าครึ่ง จึงทำให้เกาะพระทองในปัจจุบันมีสภาพเงียบเหงาไม่น้อย  เกาะพระทอง  เป็นเกาะที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เรียนรู้วิถีชุมชน เพราะมีความสงบ  เป็นหนึ่งในเกาะที่เลือกทำกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งแค้มปิ้ง  ปั่นจักรยาน  ชมทุ่งหญ้าสะวันนา  การสัญจรบนเกาะ ต้องใช้รถอีแต๊ก รถขับเคลื่อน 4 ล้อ รถจักรยานยนตร์พ่วงข้าง  เพราะถนนหนทางค่อนข้างแคบ บางช่วงเป็นดินทรายร่วนซุย

ทริปนี้ใช้เวลา  2 วัน 1 คืน หลังจากเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองพังงาในช่วงเช้า มาถึงท่าเรือคุระบุรี ซึ่งเป็นจุดขึ้นเรือไปยังเกาะพระทองในช่วงบ่าย  ท่าเรือคุระบุรี ตั้งอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ผ่านอุทยานไปจนสุดทาง  สำหรับการเดินทางจากท่าเรือไปยังเกาะพระทอง ต้องนั่งเรือหางยาวไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  ซึ่งต้องเหมาเรือไป ส่วนใหญ่คิดราคาเหมาคือเที่ยวละ 1500 บาท  ไปกลับ 3000 บาท เรือนั่งได้ 10 คน สำหรับการติดต่อเรือสามารถแจ้งทางรีสอร์ทที่เข้าพักให้จัดหาเรือให้จะสะดวกที่สุด

นั่งเรือในบรรยากาศเนิบๆ ไม่ทันไรก็มาถึงท่าเรือ  ซึ่งเราขึ้นเรือทางด้านหลัง เพราะพี่คนขับเรือแจ้งกว่าทางฝั่งหน้าที่พักคลื่นค่อนข้างแรง เรือเข้ายาก  โดยทางรีสอร์ทจัดรถกระบะมารับพวกเราที่ท่าเรือ  จากนั้นก็นั่งรถเดินทางไปต่อยังที่พัก โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เรียกได้ว่านั่งเรือต่อรถใช้เวลากันพอสมควร   ถนนหนทางจะได้เห็นตลอดที่นั่งรถสัญจรบนเกาะคือถนนคอนกรีตแคบๆสลับกับทางดินทราย
ระหว่างทางคือป่าและต้นหญ้า   ไม่มีแม้แต่บ้านเรือนผู้คน บรรยากาศเงียบมาก  เงียบจนแปลกใจว่าเกาะนี้ชาวบ้านไปอาศัยอยู่ที่ไหนกันหมด   ได้รับคำตอบจากพี่เจ้าของที่พักว่า หมู่บ้านจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งจะพาไปในวันพรุ่งนี้จะต้องไปขึ้นเรือกลับ   เกาะพระทองทางฝั่งนี้จะเห็นแต่หมู่บ้านไลอ้อน  ที่สร้างขึ้นให้ชาวบ้านบนเกาะอาศัยหลังจากบ้านเรือนเสียหายจากคลื่นสึนามิ  แต่อาศัยกันอยู่ได้ไม่นานก็ย้ายถิ่นฐานกันไป  จึงกลายเป็นหมู่บ้านร้างไปโดยปริยายมองตัวบ้านแล้วก็เสียดายแทน  เพราะสร้างได้น่าพักมาก

ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทางบนเกาะพระทอง

บนเกาะมีที่พักประมาณ  5-6 แห่ง  ส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ 1000-3000 บาท  บนเกาะพระทองมีพื้นที่ซึ่งเป็นอ่าวหรือชายหาดประมาณ  4 หาด แต่ชายหาดที่มีที่พักตั้งอยู่หลายแห่ง  คือ หาดสุดขอบฟ้ามีที่พักประมาณ 4 แห่ง และหาดตาแดง ซึ่งอยู่ติดกัน มีที่พัก  1 แห่ง ที่พักส่วนใหญ่แบบกระท่อมเรียบง่าย หากต้องการมาพักแบบหรู ห้องแอร์  ขอให้ม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลย  เพราะที่พักจะสร้างในรูปแบบนี้และเป็นห้องพัดลมทั้งหมด  ต่อให้เป็นที่พักที่ดีที่สุดและแพงที่สุดบนเกาะก็เป็นห้องพัดลม  หากมาถึงเกาะพระทองเราจะไม่ได้เห็นภาพนักท่องเที่ยวคึกคัก

ถ้ามีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติแทบจะ ไม่เห็นคนไทยแม้แต่น้อย คือ คนที่มาเที่ยวเกาะนี้ ต้องมีความชื่นชอบธรรมชาติแบบจริงๆ สามารถอยู่กับสิ่งที่ไม่สะดวกสบายได้ เพราะบรรยากาศบนเกาะเป็นอะไรที่เรียกว่ายังดิบและดั้งเดิมมาก แทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ  แม้แต่ไฟฟ้าในรีสอร์ทส่วนใหญ่จะปั่นไฟให้ใช้ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเย็น ถึงช่วงเช้า

สำหรับร้านค้าร้านอาหารต่างๆ ไม่มีให้บริการตามรายทางเหมือนเกาะอื่น  หากต้องการกิน ดื่มอะไรเป็นพิเศษ ต้องซื้อมาจากฝั่งคุระบุรี  ในส่วนของอาหารหลักในแต่ละมื้อต้องทานที่รีสอร์ทที่เข้าพักเท่านั้นหรือหากอยากไปทานยังที่พักอื่นใกล้เคียงก็สามารถเดินไปได้  การเดินทางภายในเกาะไม่มีรถโดยสารหากต้องการเดินทางไปยังจุดใดต้องใช้บริการรถของทางรีสอร์ทเช่นกัน

รักษ์กัน รีสอร์ท

รักษ์กัน รีสอร์ท  ที่พักของเราบนเกาะพระทอง

รักษ์กัน รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่หาดสุดขอบฟ้า เป็นที่พักที่สร้างแบบกระท่อมริมชายหาดเรียบง่าย  เหตุผลที่เลือกพักเพราะหลังจากเช็คราคาและบรรยากาศ ที่นี่น่าจะราคาสบายกระเป๋าที่สุด คือ คืนละ 1000 บาท (ไม่รวมอาหารเช้า) จัดและตกแต่งได้สะอาดและน่าพักพอสมควร  บ้านพักมีหลายหลังหลายแบบ ภายในห้องมีทั้งแบบเตียงคู่  และที่นอนปูกับพื้น สามารถ เลือกพักได้ตามชอบ ห้องน้ำกว้างขวางเป็นแบบโอเพ่น แอร์  ไฟฟ้ามีให้ใช้ตั้งแต่  6 โมงเย็น – เช้า แต่พี่เจ้าของใจดี ปั่นไฟให้ใช้ตั้งแต่ช่วงบ่าย พูดถึงเรื่องบริการ ได้รับความดูแลที่ดีมาก  เรียกได้ว่า บริการแบบบ้านๆ แต่ประทับใจสุดๆ ทั้งพาเที่ยว คอยรับส่ง จัดอาหารให้ทาน และพูดคุยให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเองบาคาร่า

เก็บของพักผ่อนกันซักครู่ก็มาเดินเล่นยังชายหาดด้านหน้าที่พัก  มีร้านอาหารตั้งอยู่มื้อเย็นของเราจะทานอาหารกันที่นี่ เดินไปก็เป็นพื้นที่ในส่วนของหน้าชายหาด ซึ่งมีจุดให้นั่งเล่นพักผ่อนหลายมุม

พื้นที่หน้าชายหาด ซึ่งวันที่เราเดินทางมีมรสุมนิดหน่อย สภาพอากาศไม่ค่อยโปร่ง ทำให้ชายหาดอาจดูไม่สะอาดและรกไปด้วยเศษกิ่งไม้บ้าง  ซึ่งถ้ามาในช่วงเวลาแดดออกอากาศดีๆ น่าจะสวยกว่านี้มาก แต่ถึงอย่างไรหากใครหวังว่าจะได้เจอหาดทรายขาว น้ำทะเลใสแจ๋วที่เกาะพระทองนั่น คงผิดหวัง เพราะจุดขายของเกาะไม่ใช่สิ่งนี้  แต่ถ้าอยากได้ความเงียบสงบและธรรมชาติที่ดูแปลกตาที่เรากำลังจะได้พบในไม่ช้านี้ เกาะนี้ คือ คำตอบ

อาหารมื้อเย็น สั่งตามเมนูเท่าที่มี  ทั้ง หมึกผัดน้ำดำ  ปลาทอด ผัดเปรี้ยวหวานกุ้ง แกงส้ม หมึกผัดน้ำดำ ส่วนอาหารทะเลหากใครอยากทานอะไรเป็นพิเศษ เช่น ปู  กุ้ง หอย  ให้สั่งล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพราะทางรีสอร์ทต้องเตรียมหาไว้  อาหารทะเลขึ้นชื่อต้องไม่พลาด คือ หอยชักตีน ราคาถูกกว่าบนฝั่ง  กิโลประมาณ  120  บาท
เราสั่งมาทานกันให้หายอยาก 10 คน 5 กิโล ทานจนเบื่อไปเลย อีกเมนูที่ชื่นชอบมาก ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน คือ หมึกน้ำดำ ที่เอาปลาหมึกมาผัดกับน้ำหมึกจนเนื้อกลายเป็นสีดำ เพิ่งรู้ว่าน้ำหมึกก็ทานได้ด้วยปกติเราจะมองว่ามันคือ สิ่งที่ไม่ควรทาน  เมื่อนำมาผัดคลุกเคล้ากับเนื้อปลากหมึกที่สดๆ  จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บๆ อร่อยมาก  ช่วงค่ำมียุงค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมโลชั่นกันยุงไปด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *