หลังคาเอียงเลี่ยงร้อน
ออกแบบบ้าน

หลังคาเอียงเลี่ยงร้อน

หลังคาเอียงเลี่ยงร้อน

หลังคาเอียงเลี่ยงร้อน บ้านในเมืองที่ขยายตัวเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความแออัดของอาคารบ้านเรือน ที่ส่งผลต่อพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบให้ค่อย ๆ หายไปทีละน้อย รูปแบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์นก็กลืนกินบ้านดั้งเดิม สถาปนิกสร้างบ้านใหม่ๆ ของเวียดนามส่วนหนึ่ง จึงนิยมผสมผสานสถาปัตยกรรมที่มีอิทธิพลจากความเป็นท้องถิ่นที่คุ้นเคยเอาไว้ พร้อมๆ นำธรรมชาติแบบเขตร้อนที่ขาดหายมาสร้างเป็นพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวยุคใหม่บ้านปูนเปลือยแต่งอย่างไรให้ลงตัว

บ้านวังตวงที๋โดดเด่นกับหลังคาเฉียงและสีเหลืองนี้ สร้างขึ้นบนพื้นที่ 237 ตร.ม.ในเวียดนาม ออกแบบมาสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิก 4 คน เจ้าของบ้านมีโจทย์คือ ต้องการรักษาทั้งคุณค่าของธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้ผสมผสานองค์ประกอบบ้านที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็อยากให้บ้านมีความเป็นส่วนตัว สอดคล้องกับลักษณะภูมิอากาศร้อนชื้นด้วย สถาปนิกจึงขอเสนอวิธีแก้ปัญหาทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายชายคาที่ลาดเอียงและผนังสีเหลืองชวนให้นึกถึงบ้านแบบดั้งเดิมในเมืองโบราณ ณ ฮอยอัน

เลย์เอาต์เชิงพื้นที่นั้นอิงจากการวิเคราะห์สภาพรอบๆ บ้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ทางทิศตะวันตก – ใต้ ที่รับความร้อนสูงสุดในตอนกลางวันจะได้รับการปกป้องจากกันสาดและแนวต้นไม้ ทีมงานทำที่ว่างเปิดออกสู่ท้องฟ้าแล้วจัดเป็นสวนกว้างๆ ปูพื้นด้วยอิฐตัวหนอนเข้าไปเชื่อมต่อกับเฉลียงที่ไร้ผนัง ทำให้คนและบ้านใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ถัดจากสวนจะเป็นสระน้ำสร้างกันชนธรรมชาติก่อนเข้าบ้าน ชายคาของบ้านยื่นยาวเพื่อป้องกันการแผ่รังสีความร้อนเข้าอาคาร วางหลังคากันสาดกับชั้นบนเหลื่อมกัน ทำให้เกิดเป็นช่องแสง skylight เติมมิติทางสายตาและให้แสงเงาสวยๆ กับบ้าน

ถัดจากสวนกลางแจ้ง สวนน้ำ เข้ามาจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในที่ทำแปลนแบบ open plan เป็นสเปซโล่งกว้างขนาดใหญ่ แล้วรวมฟังก์ชันใช้งานสาธารณะเอาไว้ด้วยกันในจุดเดียว ประกอบด้วย พื้นที่นั่งเล่นผนังกระจกเปิดกว้างเชื่อมต่อและโต้ตอบกับสวนได้ ห้องครัวและมุมทานอาหารเป็นศูนย์กลางของบ้าน ส่วนห้องสุขาถูกจัดวางทั้งสองด้าน ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกิจกรรมของครอบครัวและบริเวณให้เด็ก ๆ เล่นสนุก สำหรับพื้นที่นอนจัดทางทิศตะวันออก – ทิศเหนือเพื่อลดความร้อนสะสมในช่วงกลางวัน  ทำให้การพักผ่อนเต็มไปด้วยความสบายในยามค่ำคืน

การตกแต่งบ้านเน้นความเรียบง่ายของเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก เก้าอี้หวาย งานผ้า ที่หาได้ง่ายๆ ในท้องถิ่น เพดานบ้านโชว์ปูนขัดมันเปลือย ๆ พื้นปูด้วยหินขัดแบบคลาสสิค โทนสีผนังสีเหลืองไข่เข้ากันได้กับสีน้ำตาลของไม้ ทำให้บ้านมีความคลาสสิคแบบร่วมสมัย ให้กลิ่นอายบ้านแบบบ้านดั้งเดิมของเวียดนามจางๆ

ไม่เพียงแต่การเชื่อมต่อพื้นที่ในแนวนอนเท่านั้น สถาปนิกยังเชื่อมต่อพื้นที่ในแนวตั้ง ด้วยการสร้างพื้นที่โถงสูงแบบ Double Space เหนือโต๊ะทานข้าว ช่องว่างนี้เอื้อให้ความร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงและระบายออกจากช่องเปิดที่กำหนดไว้เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่แบ่งอาคารออกเป็น 2 ซีก แล้วใส่สะพานทางเดินเป็นตัวเชื่อมระหว่างห้องที่อยู่ 2 ด้าน คนที่อยู่ชั้นบนเดินไปมาหากันได้ และมองเห็นบริเวณชั้นล่างเลยไปในสวนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ธรรมชาติที่เข้าถึงได้จากทุกส่วนของบ้านไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอน ที่ชั้นล่างถัดจากมุมทานข้าวจะเปิดเข้าไปในส่วนห้องนอน ซึ่งจะมีเบย์วินโดว์ติดกระจกขนาดใหญ่ มองทะลุออกไปเห็นสวนที่จัดเอาไว้ติดผนังอาคาร สำหรับห้องนอนชั้นบนก็เป็นประตูกระจกเลื่อนเปิดได้กว้างจนสุดผนัง เชื่อมต่อกับระเบียงกว้างๆ ที่สามารถเปิดมุมมองออกไปเห็นสวนด้านล่าง เลยออกไปจนถึงวิวเมืองนอกบ้าน ความเรียบง่ายของบ้านแสดงให้เห็นวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่หายใจได้โล่งสบาย โดยมีสวนและพื้นที่ว่าง เข้ามามีส่วนร่วมภายในเพื่อให้คนที่อยู่อาศัยได้สัมผัสถึงความสดชื่นเย็นสบายและเงียบสงบ

ทริคการออกแบบบ้าน : การออกแบบบ้านให้เข้ากับภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล ( Modern Tropical ) สิ่งที่ควรเน้นคือการสร้างสเปซที่โปร่งขนาดใหญ่ และใช้ประโยชน์จากธรรมชาติโดยเฉพาะแสงธรรมชาติ สวน และน้ำ ภายในบ้านจะใส่มีช่องเปิด ประตู หน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อให้บ้านสามารถระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความชื้นที่อาจสะสมในช่วงฤดูมรสุมหรือฤดูฝน ในด้านที่รับแสงได้มากอย่างทิศตะวันตกและทิศไต้ ไม่ควรปิดทึบเลย แต่ควรมีช่องเปิดระบายอากาศบ้าง แต่ต้องมีฉาก ระแนง หรือแนวต้นไม้ช่วยกรองแสงที่มากเกินความจำเป็น หรือจัดห้องน้ำ เิอาไว้ในจุดนี้แทน เพื่อลดความชื้นในห้องน้ำและเป็นกันชนให้กับห้องอื่นๆ ของบ้าน

 

บ้านสไตล์โรงนาโมเดิร์นสีดำ

บ้านสไตล์โรงนาโมเดิร์นสีดำ

ในชีวิตเรานั้นบางคนมีบ้านเพียงหลังเดียว แต่ถ้าเป็นไปได้การสร้างบ้านหลังที่ 2 สำหรับเป็นที่พักผ่อนกลางธรรมชาติคงเป็นความสุขที่เติมเต็มชีวิตได้ไม่น้อย เจ้าของ Elemental House หลังนี้ก็เช่นกัน เมื่อได้เห็นพื้นที่ชนบทกลางเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยป่าพร้อมทิวทัศน์ Green Mountain อันแสนสวยงาม ทำให้นึกภาพบ้านที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติสามารถพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ขึ้นมาทันที ตัวเจ้าของนั้นแต่งงานในเวอร์มอนต์และกลับมาทุกฤดูร้อน เมื่อครอบครัวเติบโตขึ้นจึงตัดสินใจสร้างบ้านอยู่ที่นี่เพื่อจะได้ใช้เวลามากขึ้นในภูมิประเทศที่พวกเขารัก

จากภาพที่จิตนาการเอาไว้นำไปสู่การสร้างบ้านไร่ในเวอร์มอนต์ ขนาด 418 ตารางเมตร แนวทางของสถาปนิกคือการใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นองค์ประกอบท่ามกลางภูมิทัศน์ จึงเลือกสร้างอาคารหน้าจั่วสูงแบบโรงนาหุ้มด้วยผนังไม้ที่ผ่านการถนอมด้วยเปลวไฟแบบ Shou Sugi Ban ของญี่ปุ่น ให้สีดำที่ยังมองเห็น Texture และหลังคาเมทัลชีทสีดำสนิท ให้อารมณ์แบบโรงนาพื้นถิ่นแต่มีเส้นสายเฉียบคมตามแบบสมัยใหม่ แผนผังอาคารวางเป็นรูปตัว L ซ้อนขึ้นเนินไปตามลัษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย หลังคาลดหลั่น 3 ระดับดูมีมิติ รอบบ้านปูด้วยผืนหญ้าเขียวสดเหมือนพรมธรรมชาติ ทำให้งานสถาปัตย์ผสานเข้ากับภูมิทัศน์อย่างสมบูรณ์

แรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านจากความหลากหลายของระดับพื้นที่และแนวป่าไม้ สถาปนิกเลือกใช้เส้นเรขาคณิตเป็นตัวช่วยให้บ้านมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติและมีพลัง นอกจากนี้ยังมีความลึกลับอีกเล็กน้อย เพราะพื้นที่บ้านมีทั้งส่วนที่ปิดเป็นส่วนตัวและเปิดเผยโปร่งโล่ง สร้างความต่อเนื่องกับภูมิทัศน์ให้เกิดความปราณีต องค์ประกอบบ้านจึงไม่ได้แสดงตัวทั้งหมดในคราวเดียว แต่จะค่อยๆ เปิดตัวตนผ่านชุดของกรอบบ้านสีดำ ใส่วัสดุประตูหน้าต่างเป็นกระจกให้เห็นภายในแบบแวบ ๆ หากมองจากภายในจะให้มุมมองผ่านกรอบสีดำ

แม้ผนังภายนอกจะเป็นสีดำสนิททั้งหมด แต่ภายในกลับไม่ได้ต้องการความรู้สึกเข้มสง่ามงาม เพราะเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตที่ต้องการความผ่อนคลายและอบอุ่น ทำให้สถาปนิกปรับเปลี่ยนมาใช้งานไม้ธรรมชาติโทนสีอ่อน ๆ อย่างประตูไม้โอ้ตบานใหญ่ ไม้อัดเบิร์ช แล้วตัดเส้นสายตาด้วยสีดำ  แต่จากนั้นก็จะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเต็มตาบนทางลงเขา เพื่อให้มองเห็นทิวทัศน์และแสงได้ทั้งสามระดับของบ้าน เมื่อได้เข้าอยู่ในบ้านนี้จะรู้สึกได้ทันทีว่าวิสัยทัศน์เปลี่ยนไป พร้อมกับการสูดอากาศหายใจที่ไม่เหมือนเดิม

ออกแบบภายในแต่ละชั้นเต็มไปด้วยพื้นที่มีประโยชน์ใช้สอยที่ใช้งานได้จริง พร้อมๆ กับสร้างภาพที่น่าสนใจและมุมมองที่น่าทึ่งและไม่เหมือนใครจากแต่ละห้อง โทนสีทั้งหมดมีเนื้อสัมผัสและโทนสีที่เน้นความงามตามธรรมชาติ เพื่อคงความรู้สึกใกล้เคียงกับบรรยากาศของป่า ในขณะที่เผยตัวตนความไม่สมบูรณ์จาก Texture และร่องรอยจริงๆ ของไม้ กระเบื้องทำมือ เหล็กดำ คอนกรีต และหิน บันไดเหล็กออฟเซ็ต ที่เชื่อมต่อสามระดับเป็นจุดศูนย์กลางภายในซึ่งราวบันไดราวกับเล่นกับความสวยงามของความไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สงบและอ่อนโยน

บันไดเหล็กและไม้โอ๊คที่ให้เส้นสายสวยงาม ท่ามกลางความรู้สึกเรียบง่าย ช่วยนำทางขึ้นลงระหว่างชั้นตั้งแต่ห้องใต้ดินถึงชั้นบนสุด โดยในแต่ละช่วงบันไดจะมีช่องเปิดรับทั้งแสงธรรมชาติและวิวด้านข้าง ทำให้ปลอดภัยและเข้าถึงธรรมชาติได้ในทุกก้าวที่เดินขึ้น-ลง

เพดานในหลายบห้องกรุด้วยระแนงไม้ Hemlock สีโทนอ่อนลายสวยธรรมชาติ ภายในเป็นการผสมผสานระหว่างห้องพักผ่อนใช้ชีวิตที่สว่างไสว อบอุ่นเต็มไปด้วยแสง และความทันสมัยแบบมินิมอล ไม่ตกแต่งแบบหรูหราแต่เน้นที่ความสบายตา หน้าต่างและประตูแบบยุโรปขนาดใหญ่พร้อมกับเพดานไม้ที่ต่อเนื่องไปจนถึงภายนอก ช่วยสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตในร่มและกลางแจ้งให้รู้สึกถึงความต่อเนื่องกันเป็นผืนเดียว ในทุกห้องไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน หรือห้องน้ำจะมีช่องเปิดกรอบสีดำอย่างน้อย 1 บาน ที่จะมองเห็นภูมิทัศน์ภายนอก มองเผินๆ เหมือนกรอบรูปที่นำภาพธรรมชาติเข้ามาเก็บไว้ในบ้าน ซึ่งทุกมุมผ่านการคิดมาอย่างดี

ไอเดียดีๆ : แต่ละภูมิภาคของโลกจะมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่แตกต่างกัน จึงมีแนวคิดในการสร้างบ้านให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อม เพื่อให้อยู่อาศัยได้สบายที่าุด แต่แบบบ้านเขตร้อนกับบ้านเขตหนาวจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด หากเราชื่นชอบบ้านเขตหนาวอย่างบ้านโรงนาจั่วสูง ไม่มีกันสาด ไม่มีชายคา จะไม่เหมาะกับเขตร้อนชื้นที่ฝนตกชุก ทำให้ผนังได้รับความเสียหายได้ง่าย ต้องนำแบบบ้านมาปรึกษากับสถาปนิก โดยอาจจะใส่เทคนิคในการออกแบบ การซ่อนรางน้ำฝน หรือการเลือกวัสดุผนังตอบโจทย์บ้านร้อนบ้านเขตฝนตกที่เหมาะกับท้องถิ่น

บ้านในสวนสไตล์ลอฟท์

บ้านในสวนสไตล์ลอฟท์

การดีไซน์ฟังก์ชันของบ้านที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพดีขึ้น ด้วยการสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้รับแสงได้ง่าย ระบายอากาศได้ดี หรือออกแบบให้ทุกตารางเมตรสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต วิถีชีวิตไปจนถึงการดำรงชีวิตที่อาจเปลี่ยนลักษณะการชีวิตของคุณให้เปลี่ยนไปอย่างแท้จริง แม้ว่าเทรนด์หน้าตาบ้านจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี ปีนี้ลอฟท์ ปีหน้ามินิมอล หรืออื่นๆ ที่ไม่อาจคาดเดา และภายในบ้านทุกสไตล์ก็ควรยึดหลักการสร้างสภาวะสบายในบ้านเอาไว้เช่นเดิม บ้านหลังนี้ในแอฟริกาใต้ก็เช่นเดียวกันครับ

เจ้าของบ้านไม่ต้องการบ้านสไตล์ฟาร์มธรรมดา ๆ แต่อยากได้หน้าต่างหลายบานที่สามารถดึงธรรมชาติเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ทั้งในร่มและกลางแจ้งได้ สถาปนิกจึงตอบความต้องการออกมาเป็นอาคารสองชั้นที่ห้อมล้อมด้วยที่ว่างและกระจก ตื่นเช้ามาเห็นอิมพาลา (Impala) เล็มหญ้าอยู่ข้างนอก กิ่งก้านของต้นไม้ Burkea Africana ขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าห้องนอนหลัก สร้างความรู้สึกของบ้านต้นไม้ที่ชุ่มชื่นเขียวขจี หน้าต่างและประตูทั้งหมดสร้าง ‘ภาพวาดธรรมชาติในกรอบ’ ซึ่งทำให้ทุกคนสุขใจสบายตาทุกครั้งที่มอง

Wildesering’ ตั้งใจสร้างความเชื่อมต่อระหว่างขอบเขตของอาคารกับสภาพแวดล้อมให้กลมกลืนกัน นอกจากวัสดุหุ้มภายนอกบางชนิดยังปล่อยให้ผุกร่อนและขึ้นสนิม เป็นการเลียนแบบเฉดสีและสีของพุ่มไม้ตามธรรมชาติแล้ว ยังมีช่องเปิดขนาดใหญ่ ประตูบานเลื่อนที่ทำให้เข้าถึงกันได้ง่ายสร้างความต่อเนื่องทางสายตา ใส่แนวคิดความยั่งยืนผ่านองค์ประกอบและวัสดุที่รวมเป็นอาคาร ตอบสนองภูมิอากาศตามธรรมชาติ เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในให้เย็นในระหว่างวัน และอบอุ่นในเวลากลางคืน โครงสร้างหลังคาน้ำหนักเบาป้องกันความร้อนสะสมจากแสงอาทิตย์ มีระบบการเก็บน้ำฝนมาใช้ และออกแบบให้เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้

เฉลียงนอกบ้านใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ ซึ่งก็เป็นพื้นที่กิจกรรมคล้าย ๆ บ้านดั้งเดิมของแอฟริกา แต่ปรับให้ใช้งานได้ง่ายและดูทันสมัยขึ้น ด้วยการทำหลังคากันสาดยื่นออกมากว้างๆ และมีประตูกระจกเรียงยาวตลอดแนว ทำให้บ้านโปร่งดูเหมือนไม่มีผนังแต่ไม่ร้อน ประตูทางเข้าหลักแปลกตา เเพราะทำจากประตูตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าเหล็กขึ้นสนิม ทำให้บ้านดูมีเรื่องราว พอเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ใช้สอยหลักภายใน

ภายในบ้านเจาะเป็นโถงสูง Double Space และะจัดแปลนแบบ open plan ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แนวนอนหรือแนวตั้งก็เชื่อมต่อกันในทุกแนว จุดเด่นของบ้านที่เห็นได้ชัดคือ ผนังมุมนั่งเล่นที่สูงหลายเมตรโชว์แนวอิฐหลากสีที่ไม่ฉาบทับ ให้กลิ่นอายสไตล์ลอฟท์เผยให้เห็นพื้นผิวของวัสดุและโครงสร้างอื่นๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเสา คาน พื้น คอนกรีต และการเดินสายไฟ มีความดิบของสัจจะวัสดุ ไม่จำเป็นต้องเนี๊ยบ เพราะความไม่เรียบร้อยกลับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบ้าน

บันไดโปร่งๆ ที่เอื้อให้อากาศร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงและระบายอออกจากอาคารได้ง่ายๆ เป็นอีกหนึ่งกลวิธีในการจัดการให้เกิดสภาวะความสบายในบ้าน ซึ่งผลพลอยได้ทำให้บ้านดูโปร่งและสว่าง เหลือพื้นที่สำหรับทำชั้นลอย เป็นห้องนั่งเล่นแบบส่วนตัวกับห้องนอนที่สามารถมองเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างชั้นได้ง่าย

วิธีการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญคือ ต้องให้เข้ากับภูมิอากาศท้องถิ่น ซึ่งการดีไซน์บ้านและการเลือกวัสดุจะคำนึงถึงคุณสมบัติที่ต่างกัน ในบ้านแบบร้อนชื้น เหมาะกับสร้างสเปซที่โปร่งขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติโดยเฉพาะแสง สวน และน้ำ ภายในมีช่องเปิดขนาดใหญ่ เพื่อให้บ้านสามารถระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับบ้านที่ภูมิอากาศเย็น ควรมีพื้นที่รับแสงได้มาก เลือกวัสดุที่สามารถเก็บกักความร้อนได้มาก เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *