บุคลิกของเชอร์ล็อก โฮล์มส์
นักสืบ

บุคลิกของเชอร์ล็อก โฮล์มส์

บุคลิกของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ มีชื่อเต็มว่า วิลเลียม เชอร์ล็อก สก๊อต โฮล์มส์ เป็นชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1854 มีนิสัยรักสันโดษ แต่ก็ยังไม่สันโดษเท่าพี่ชาย คือ ไมครอฟต์ โฮล์มส์ ที่คอยช่วยเหลือเขาในบางคดี โฮล์มส์มีรูปร่างสูง ผอม จมูกโด่งเป็นสันเหมือนเหยี่ยว มีความรู้รอบตัวในหลาย ๆ ด้านทั้ง เคมี ฟิสิกส์ และความรู้เกี่ยวกับพืชมีพิษตระกูลต่าง ๆ แต่เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์เลย และเขายังเก่งเรื่องเล่นไวโอลินจ้างนักสืบทำอย่างไร

บุคลิกของเชอร์ล็อก โฮล์มส์

วิลเลียม เชอร์ล็อก สก๊อต โฮล์มส์

นิสัยและความสามารถ
โฮล์มส์มีอารมณ์แปลก ๆ บางครั้งก็เศร้าซึม พูดน้อย บางครั้งก็ร่าเริง หมอวัตสัน เพื่อนคู่หูของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ได้บรรยายถึงลักษณะต่าง ๆ ของโฮล์มส์เอาไว้ในบันทึกคดีคราวต่าง ๆ กัน เช่น ในเวลาที่กำลังครุ่นคิดเรื่องคดี โฮล์มส์จะไม่ทานข้าวเช้า โฮล์มส์ชอบทำการทดลองเคมี แล้วทิ้งข้าวของในห้องกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ โฮล์มส์สูบไปป์จัดมาก มักกลั่นแกล้งตำรวจโดยการให้ข้อมูลปลอมหรือปกปิดหลักฐานบางอย่าง แต่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติแก่สตรีอย่างสูง แต่นิสัยที่หมอวัตสันเห็นว่าเลวร้ายและยอมรับไม่ได้เลย คือ การที่โฮล์มส์ชอบเสพโคเคนกับมอร์ฟีน ซึ่งวัตสันเห็นว่าเป็นความชั่วประการเดียวของโฮล์มส์
โฮล์มส์ยังเป็นนักแสดงที่เก่งกาจ ดังปรากฏในตอน ซ้อนกล (the Dying Detective) และ จดหมายนัดพบ (the Reigate Squires) และตอนอื่น ๆ อีกหลายตอน เพื่อหันเหความสนใจของผู้ต้องสงสัย มิให้ตระหนักถึงความสำคัญของหลักฐานบางอย่าง ในตอน สัญญานาวี (the Naval Treaty) โฮล์มส์ได้แสดงให้เห็นว่าเขาชื่นชมนักอาชญวิทยาชาวฝรั่งเศส อัลฟองเซ เบอทิลลอง ผู้คิดค้นทฤษฎีการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อช่วยระบุตัวตนของอาชญากร นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า โฮล์มส์เป็นนักอ่าน นักศึกษา มีความรู้ด้านอาชญวิทยาอย่างกว้างขวาง และให้ความนิยมนับถือบรรดานักสืบผู้ชำนาญเป็นอย่างมาก

แม้โฮล์มส์จะชอบกลั่นแกล้งตำรวจ แต่เขาก็เป็นมิตรที่ดีของสก๊อตแลนด์ยาร์ดโดยเฉพาะสารวัตรเลสเตรด และมักยกความดีความชอบในคดีให้แก่ฝ่ายตำรวจอยู่เสมอ ในตอน สัญญานาวี โฮล์มส์เคยบอกว่า ในบรรดาคดีที่เขาสะสาง 53 คดี เขายกความสำเร็จให้เพื่อนตำรวจไปเสีย 49 คดี คงมีแต่เพียงหมอวัตสันที่บรรยายถึงความสามารถของเขาผ่านทางบันทึกเท่านั้น
โฮล์มส์มีความสามารถในการวิเคราะห์หลักฐานทางกายภาพอย่างถูกต้องแม่นยำ กระบวนการตรวจสอบหลักฐานของเขามีหลายกรรมวิธี เช่น การเก็บรอยรองเท้า รอยเท้าสัตว์ หรือรอยล้อรถจักรยาน เพื่อวิเคราะห์การกระทำใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเกิดอาชญากรรม หรือการวิเคราะห์ประเภทของยาสูบเพื่อระบุตัวตนของอาชญากร โฮล์มส์เคยตรวจสอบร่องรอยผงดินปืน และเปรียบเทียบกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ ทำให้แยกแยะได้ว่าฆาตกรมีสองคน นอกจากนี้ โฮล์มส์ยังเป็นคนแรก ๆ ที่มีแนวคิดในการตรวจสอบลายนิ้วมืออีกด้วย
โฮล์มส์มีศัตรูตัวฉกาจ ชื่อ ศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ตี้ ผู้มีมันสมองปราดเปรื่องในด้านอาชญากรรม อีกทั้งยังเป็นตัวการเบื้องหลังในบางคดีที่เกิดขึ้นอีกด้วย คำพูดของโฮล์มส์ที่ติดปากกันดี คือ “ถ้าเราตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทั้งหมดออกไป สิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ว่ามันจะดูเหลือเชื่อเพียงใด แต่มันก็เป็นความจริง”

ถิ่นที่อยู่อาศัย

ตามท้องเรื่อง โฮล์มส์และหมอวัตสันรู้จักกันครั้งแรก เนื่องจากต่างต้องการหาผู้ร่วมเช่าห้องพักอยู่ด้วยกันในกรุงลอนดอนเพื่อลดค่าใช้จ่าย ห้องพักที่ทั้งสองเช่าเป็นบ้านของมิสซิสฮัดสัน ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์ โดยพวกเขาเช่าพื้นที่ชั้นสองของบ้าน ส่วนมิสซิสฮัดสันอาศัยอยู่ชั้นล่าง และทำหน้าที่จัดเตรียมอาหารเช้าให้พวกเขาด้วย หมอวัตสันเคยย้ายออกจากบ้านเช่านี้ไปเมื่อคราวแต่งงาน ทว่าหลังจากภรรยาเสียชีวิต หมอวัตสันก็ย้ายกลับมาอยู่กับเชอร์ล็อก โฮล์มส์อีก

โฮล์มส์ใช้ช่วงชีวิตการงานส่วนใหญ่ของตนอยู่กับ ดร.วัตสัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและผู้จดบันทึกชีวประวัติของเขา ดร.วัตสันพักอยู่กับโฮล์มส์ก่อนจะแต่งงานในปี ค.ศ. 1887 และหลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตก็กลับมาอยู่กับโฮล์มส์อีก เจ้าของห้องพักที่พวกเขาเช่าอยู่คือมิสซิสฮัดสัน
วัตสันมี 2 บทบาทในชีวิตของโฮล์มส์ อย่างแรกคือเป็นผู้ช่วยโฮล์มส์ในการสางคดี ทำหน้าที่คอยดูต้นทาง เป็นนกต่อ เป็นผู้ช่วยและส่งข่าว อย่างที่สอง เขาเป็นผู้บันทึกชีวประวัติของโฮล์มส์ เรื่องราวของโฮล์มส์เขียนขึ้นจากมุมมองของวัตสันในรูปบทสรุปของคดีน่าสนใจต่างๆ ที่โฮล์มส์เคยสางมา โฮล์มส์มักบ่นว่างานเขียนของวัตสันนั้นเร้าอารมณ์มากเกินไป และมักบอกให้วัตสันบันทึกแต่ข้อเท็จจริงกับรายงานทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว
ถึงกระนั้น โฮล์มส์ถือว่ามิตรภาพกับวัตสันมีความสำคัญสูงยิ่ง มีบรรยายในนิยายหลายเรื่องถึงความชื่นชมที่โฮล์มส์มีต่อวัตสัน ซึ่งมักถูกปิดบังเอาไว้ภายใต้ความเย็นชาของเขา เช่นในเรื่อง พินัยกรรมประหลาด วัตสันได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับโจร แม้กระสุนปืนนั้นจะเพียงแค่ถากไปก็ตาม โดยรวมแล้วโฮล์มส์ประกอบอาชีพนักสืบอยู่ 23 ปี โดยมี ดร.วัตสันร่วมอยู่ในชีวิตการงานของเขา 17 ปี

ชีวิตของโฮล์มส์

ชีวิตของโฮล์มส์

โฮล์มส์เชอร์ล็อก ไม่เคยพูดวลี ธาตุวัตสันที่รัก. วลีนี้เป็นลิขสิทธิ์ทางศิลปะสำหรับภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของเขาในศตวรรษที่ XNUMX แล้ว

โฮล์มส์ปฏิบัติต่อเพื่อนสนิทและคนสนิทของเขาดร. วัตสันด้วยการดูถูกและประชดแม้เขาจะชื่นชมเขามากก็ตามอาจเป็นเพียงคนเดียวที่นักสืบรู้สึกว่ามีอะไรใกล้เคียงกับความเสน่หา

โฮล์มส์คือ ติดโคเคนและมอร์ฟีนยาที่ช่วยให้เขาเอาชนะความเบื่อหน่าย เพื่อให้เขามีสมาธิในการเล่น ซอมี ไวโอลิน.

Sherlock มี พี่ชายชื่อ Mycroftฉลาดกว่าเขาซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลอังกฤษและคิดว่าพี่ชายของเขาเป็นงานอดิเรก โฮล์มส์ประทับใจพี่ชายของเขาและแม้ว่าเขาจะคิดว่าเขาเสียสติปัญญาในการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบเรียบร้อยในการรับใช้ชาติ แต่ความจริงก็คือเขาประหม่าอยู่เคียงข้างเขา

คนซวยของเขาคือศาสตราจารย์มอริอาร์ตีจิตใจที่ชั่วร้ายที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับเชอร์ล็อคเอง มอริอาร์ตีตาย ที่น้ำตก Reichenbach กับ Sherlock Holmes ความแตกต่างก็คือมอริอาร์ตี ฉันจะไม่ฟื้นคืนชีพอีกต่อไป. เขาไม่ได้มีแฟนมากเท่านักสืบ

นักสืบผู้ยิ่งใหญ่

นักสืบผู้ยิ่งใหญ่

โฮล์มส์อาศัยอยู่บนถนน Baker Street 221B. ถนนมีอยู่ แต่ไปไม่ถึงหมายเลขนั้น. เมื่อเขามาถึงหลังจากการตายของนักสืบและผู้สร้างของเขาในปีพ. ศ. 1932 ธนาคารแห่งหนึ่งได้รับการติดตั้งตามที่อยู่นั้นคือ Abbey National Building Society ซึ่งต้องจ้างบุคคลเพื่อตอบจดหมายจำนวนมากที่มาถึงนักสืบ

ได้รับการ แสดงในภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยนักแสดงของโรเบิร์ตดาวนีย์จูเนียร์และล่าสุดของเบเนดิกต์คัมเบอร์แบตช์ ในเวอร์ชันดั้งเดิมที่สุดดร. วัตสันเป็นผู้หญิง Joan Watson รับบทโดย Lucy Liu

โฮล์มส์เชอร์ล็อก มีชีวิตวรรณกรรมสั้นมาก เมื่อเทียบกับนักสืบคนอื่น ๆ : นวนิยาย 4 เรื่องและเรื่องสั้น 56 เรื่องเทียบกับ 78 โดยผู้บัญชาการ Maigret หรือ 41 โดย Hercules Poirot

การผจญภัยส่วนใหญ่ของเขา บรรยายโดยดร. วัตสันรวมถึง ครั้งสุดท้ายในปีพ. ศ. 1927สามปีก่อนการตายของโคนันดอยล์: ไฟล์ Sherlock Holmes

โฮล์มส์เชอร์ล็อก ขึ้นอยู่กับครู ผู้สอนโคนันดอยล์ในวิทยาลัย เดอเมดินาโจเซฟเบลล์ผู้ซึ่งสร้างความประทับใจให้นักเรียนในชั้นเรียนด้วยความสามารถในการนิรนัยของเขา และแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจสำหรับ Dr Houseตัวเอกของซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่มีชื่อของเขา อย่างอยากรู้อยากเห็น ผลงานล่าสุดของ Conan Doyle (ก้นบึ้งของ Maracot. 1929) มันไม่ได้แสดงใน Sherlock Holmes.

ความรู้และทักษะ

ไม่นานหลังจากที่ได้พบกับโฮล์มส์ในเรื่องแรกA Study in Scarlet (โดยทั่วไปจะถือว่าปี 1881 แม้ว่าจะไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน) วัตสันประเมินความสามารถของนักสืบ:

  1. ความรู้ด้านวรรณคดี – ไม่มี
  2. ความรู้ด้านปรัชญา – ไม่มี
  3. ความรู้ดาราศาสตร์ – ไม่มี
  4. ความรู้ทางการเมือง – อ่อนแอ
  5. ความรู้พฤกษศาสตร์ – ตัวแปร ขึ้นได้ดีในเบลลาดอนน่าฝิ่นและยาพิษโดยทั่วไป ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทำสวนในทางปฏิบัติ
  6. ความรู้ด้านธรณีวิทยา – ใช้งานได้จริง แต่มีข้อจำกัด บอกได้ทันทีว่าดินต่างกันอย่างไร หลังจากเดินแล้ว ได้โชว์กางเกงที่กระเด็นใส่ฉัน และบอกฉันด้วยสีและความสม่ำเสมอในส่วนใดของลอนดอนที่เขาได้รับ
  7. ความรู้เคมี – ลึกซึ้ง.
  8. ความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ – แม่นยำแต่ไม่มีระบบ
  9. ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีที่น่าตื่นเต้น  – มหาศาล ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับความสยองขวัญทุกประการที่เกิดขึ้นในศตวรรษนี้
  10. เล่นไวโอลินได้ดี
  11. เป็นผู้เล่นsinglestickนักมวยและนักดาบที่เชี่ยวชาญ
  12. มีความรู้ด้านกฎหมายอังกฤษเป็นอย่างดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *